สองมาตรฐานการเมืองไทย

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

บทความการเลือกตั้ง

ประชาธิปไตย คือแนวคิดที่เชื่อว่าประชาชนมีสิทธิที่จะปกครองตนเอง ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดก่อนหน้า ที่เชื่อว่าประชาชนมีชีวิตอยู่เพื่อเสริมสร้างบารมีหรือความมั่งคั่งให้กับกษัตริย์ การเปลี่ยนทัศนคตินี้เป็นผลจากยุคแสงสว่าง อย่างไรก็ตามการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา บทบาทของสื่อมวลชนในการนำเสนอให้ความรู้  ยังมีน้อยกว่าการนำเสนอข้อมูลความขัดแย้ง หรือสถานการณ์แวดล้อมเกี่ยวกับ ซึ่งมักเสนอข่าวสารการเลือกตั้งทั้งรูปแบบที่เป็นข่าวและบทความการเลือกตั้งออกเป็น 3 ช่วง คือช่วงเปิดตัว ช่วยรณรงค์ และช่วงสุดท้าย โดยข่าวในช่วงเปิดตัวส่วนใหญ่จะเน้นรายงานบรรยากาศการแข่งขัน แล้วค่อยๆลดลงในช่วงรณรงค์ ก่อนจะสูงขึ้นในช่วงสุดท้าย ส่วนประเด็นสาระเกี่ยวกับนโยบายของผู้สมัครอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นตากฎหมายหรือประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้มีสิทธิไปเลือกตั้งไปลงคะแนนอันเป็นข่าวสาระซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนโดยตรงนั้นยังมีน้อย การนำเสนอข่าวสารในลักษณะดังกล่าวมีผลต่อประชาชนผู้รับข่าวสารในการใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจ โดยเฉพาะผู้ที่ตัดสินใจว่าจะลงคะแนนให้กับผู้สมัครคนใดในระยะใกล้ๆ กับวันเลือกตั้งมักจะมีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายของผู้สมัครน้อยเมื่อไม่ได้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง มิฉะนั้นอาจเกิดภาวะหลงกระแสจนนำไปสู่การตัดสินใจได้อย่างผิดพลาด ดังนั้น จึงมีการร่ำร้องเรียกร้องหาความรับผิดชอบของฝ่ายต่างๆ ถ้าไม่นับผู้สมัครและนักการเมืองพรรคการเมืองที่จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการหาเสียงที่เลือกตั้งให้มาอยู่ในกรอบกฎหมายอย่างสัตย์ซื่อโดยไม่หาทางพลิกเพลิงหลีกเลี่ยงแล้ว สื่อมวลชนก็เป็นอีกหนึ่งที่ผู้คนฝากความหวังว่าจะช่วยเป็นสื่อกลางเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการเมืองการเลือกตั้งแค่ประชาชนเพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจเลือกตัวแทนของตนได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น